<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรคร้ายในประเทศไทย</title>
	<atom:link href="http://bond71.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://bond71.com</link>
	<description>รวมโรค และอะไรที่อยากจะเขียนในเว็บนี้</description>
	<lastBuildDate>Wed, 22 Feb 2012 21:15:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3</generator>
		<item>
		<title>ความเด่นของการออกแบบบ้าน การออกแบบเรือนที่ดี เหตุในการดีไซน์บ้าน</title>
		<link>http://bond71.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://bond71.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 22 Feb 2012 21:15:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[รับออกแบบบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ออกแบบบ้าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bond71.com/?p=23</guid>
		<description><![CDATA[บ้านเป็นหนึ่งในเหตุสี่ของการดำรงชีวิต จึงต้องใส่ใจและให้ความสำคัญในการออกแบบบ้าน เพราะบ้านเป็นบ้านช่องของทุกท่านในครอบครัว เป็นแก่นที่ทำให้ทุกคนในญาติพี่น้องได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความเบิกบาน มีสภาวะความเป็นอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี เพราะเมื่อใดที่รู้สึกไม่สบายใจคนเรามักจะนึกถึงบ้านช่องเป็นอันดับแรก ไม่มีที่ไหนจะสุขในได้เท่าบ้านช่องเรา &#160;&#160;&#160; &#160;ในการออกแบบบ้านต้องอาศัยสิ่งสำคัญอยู่หลายอย่าง เช่น การจัดพื้นที่ให้เป็นส่วนสัด โดยการแบ่งพื้นที่ของบ้านเป็นส่วนสัด สามารถช่วยให้คนในบ้านใช้ผลประโยชน์จากพื้นที่ในบ้านได้สูงสุด การจัดให้ทุกบริเวณของบ้านได้รับแสงจากธรรมชาติ เมื่อแสงส่องผ่านจากส่วนบนของห้อง จะทำให้มีการกระจายแสงที่ดี ไม่ควรใช้สีที่สว่างเกินไปกับผนังบ้าน เพราะจะทำให้แสงภายในห้องสว่างจ้าเกินไป นอกจากนี้ยังจะช่วยให้ออมพลังงานและสามารถลดการใช้แสงสว่างในเวลาตอนกลางวันได้ดี การถ่ายเทอากาศ ก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับห้องน้ำ ห้องครัว ห้องทานอาหาร ห้องนั่งเล่น ที่ต้องอาศัยการถ่ายเทที่ดี การปรับอากาศ ต้องสำหรับห้องนอน เพราะห้องนอนเป็นห้องที่คนใช้เวลาอยู่มากที่สุด แล้วแอร์คอนดิชันส่วนใหญ่จะใช้มากที่สุดในห้องนอน จึงต้องออกแบบห้องนอนให้รักษาระดับของห้องให้เย็นอยู่เสมอ มีฉนวนป้องกันความร้อนอย่างดี จะช่วยลดการทำงานของแอร์คอนดิชัน ให้ทำการทำงานน้อยลง การปกป้องการรบกวนจากภายนอก ก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องคำนึงในการออกแบบบ้าน การปกป้องเสียงรบกวนที่มาจากภายนอก ที่มาจากเสียงทำให้เดือดร้อนจากข้างบ้าน&#160; เสียงของรถบนถนน&#160; เครื่องระบายความร้อน เช่นนั้นจึงควรหาวิธีการป้องกันเสียงจากสิ่งต่างโดย การใช้หน้าต่าง&#160; ที่ช่วยป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกโดยตรง&#160; การแบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วน&#160; การใช้ประตูทึบ&#160; เพื่อป้องกันไม่ให้เสียงรบกวนบ้านของตัวเอง และบ้านของคนอื่น&#160; การออกแบบบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะแบบบ้านที่ดี&#160; ต้องสามารถตอบสนองความต้องการของคนภายในบ้าน&#160; และประโยชน์ใช้สอยของผู้อยู่อาศัย&#160; รวมไปถึงการออกแบบตกแต่งภายนอกต้องมีความเป็นระเบียบ จึงควรให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้าน &#160; การออกแบบบ้านถือเป็นจุดเริ่มต้น และเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างบ้าน&#160; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>
	บ้านเป็นหนึ่งในเหตุสี่ของการดำรงชีวิต จึงต้องใส่ใจและให้ความสำคัญในการออกแบบบ้าน เพราะบ้านเป็นบ้านช่องของทุกท่านในครอบครัว เป็นแก่นที่ทำให้ทุกคนในญาติพี่น้องได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความเบิกบาน มีสภาวะความเป็นอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี เพราะเมื่อใดที่รู้สึกไม่สบายใจคนเรามักจะนึกถึงบ้านช่องเป็นอันดับแรก ไม่มีที่ไหนจะสุขในได้เท่าบ้านช่องเรา<br />
	&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ในการออกแบบบ้านต้องอาศัยสิ่งสำคัญอยู่หลายอย่าง เช่น การจัดพื้นที่ให้เป็นส่วนสัด โดยการแบ่งพื้นที่ของบ้านเป็นส่วนสัด สามารถช่วยให้คนในบ้านใช้ผลประโยชน์จากพื้นที่ในบ้านได้สูงสุด การจัดให้ทุกบริเวณของบ้านได้รับแสงจากธรรมชาติ เมื่อแสงส่องผ่านจากส่วนบนของห้อง จะทำให้มีการกระจายแสงที่ดี ไม่ควรใช้สีที่สว่างเกินไปกับผนังบ้าน เพราะจะทำให้แสงภายในห้องสว่างจ้าเกินไป นอกจากนี้ยังจะช่วยให้ออมพลังงานและสามารถลดการใช้แสงสว่างในเวลาตอนกลางวันได้ดี การถ่ายเทอากาศ ก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับห้องน้ำ ห้องครัว ห้องทานอาหาร ห้องนั่งเล่น ที่ต้องอาศัยการถ่ายเทที่ดี การปรับอากาศ ต้องสำหรับห้องนอน เพราะห้องนอนเป็นห้องที่คนใช้เวลาอยู่มากที่สุด แล้วแอร์คอนดิชันส่วนใหญ่จะใช้มากที่สุดในห้องนอน จึงต้องออกแบบห้องนอนให้รักษาระดับของห้องให้เย็นอยู่เสมอ มีฉนวนป้องกันความร้อนอย่างดี จะช่วยลดการทำงานของแอร์คอนดิชัน ให้ทำการทำงานน้อยลง การปกป้องการรบกวนจากภายนอก ก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องคำนึงในการออกแบบบ้าน การปกป้องเสียงรบกวนที่มาจากภายนอก ที่มาจากเสียงทำให้เดือดร้อนจากข้างบ้าน&nbsp; เสียงของรถบนถนน&nbsp; เครื่องระบายความร้อน เช่นนั้นจึงควรหาวิธีการป้องกันเสียงจากสิ่งต่างโดย การใช้หน้าต่าง&nbsp; ที่ช่วยป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกโดยตรง&nbsp; การแบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วน&nbsp; การใช้ประตูทึบ&nbsp; เพื่อป้องกันไม่ให้เสียงรบกวนบ้านของตัวเอง และบ้านของคนอื่น&nbsp; การออกแบบบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะแบบบ้านที่ดี&nbsp; ต้องสามารถตอบสนองความต้องการของคนภายในบ้าน&nbsp; และประโยชน์ใช้สอยของผู้อยู่อาศัย&nbsp; รวมไปถึงการออกแบบตกแต่งภายนอกต้องมีความเป็นระเบียบ จึงควรให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้าน &nbsp;<br />
	การ<a href="http://designbyniche.com/"  title="ออกแบบบ้าน">ออกแบบบ้าน</a>ถือเป็นจุดเริ่มต้น และเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างบ้าน&nbsp; เพราะการออกแบบบ้านเป็นการระบุถึงรูปร่างหน้าตา และขนาดของบ้าน&nbsp; โครงสร้างเสาตลอดจนวัสดุที่นำมาใช้ในการสร้างบ้าน&nbsp; ในการออกแบบ้านสามารถกำหนดถึงรายละเอียดต่างๆได้เป็นอย่างดี จึงต้องในความสำคัญกับการอกแบบบ้าน&nbsp; เพราะบ้านเป็นสถานที่ที่สำคัญ กับทุกคนภายในครอบครัว&nbsp; เมื่อมีปัญหาหรือมีทุก&nbsp; คนเรามักจะนึกถึงบ้านเป็นอันดับแรก บ้านเป็นศูนย์รวมของความรัก&nbsp; ความสามัคคี&nbsp; อยู่แล้วสบายดีทั้งกายและใจ &nbsp;<br />
	&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bond71.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>7 แนวคิดสร้างสุขทางใจ ฉบับมหาตมะคานธี</title>
		<link>http://bond71.com/7-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://bond71.com/7-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Feb 2012 09:40:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ดูดวง]]></category>
		<category><![CDATA[มหาตมะคานธี]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bond71.com/?p=20</guid>
		<description><![CDATA[มหาตมะคานธี คือ วีรบุรุษผู้ต่อสู้เรียกร้องเสรีภาพจนอินเดียได้รับเอกราชจากอังกฤษ ท่านเปลี่ยนความโกรธแค้นของประชาชนเป็นการให้อภัย และแม้จะถูกคุกคามเอาชีวิต ก็ยังคงยืนยันที่จะต่อสู้อย่างสงบ หลายครั้งช่วงเวลาที่เลวร้ายผ่านพ้นไปได้เพราะการมองโลกในแง่ดี บทความนี้ ขอเสนอแนวคิดในการมองโลกเพื่อสร้างความสุขในแบบของมหาตมะคานธี ดังนี้ -                   ทุกอย่างในโลกนี้มีสองด้าน ทั้งสร้างความทุกข์และให้ความสุข จงเลือกมองเฉพาะด้านที่สวยงาม ใช้เวลากับมันเพื่อสร้างความอิ่มเอมใจ ส่วนอีกด้านจงมองผ่านและเก็บไว้เป็นบทเรียน -                   ความคิดเป็นสิ่งวิเศษ จงคิดแต่สิ่งที่ดีงาม เพราะผลตอบแทนที่ได้รับจะงดงามเช่นเดียวกัน -                   เราไม่อาจสร้างความพอใจให้แก่ทุกคน เพราะหากทำเช่นนั้น สุดท้ายจะไม่สามารถสร้างความพอใจให้ใครได้เลย จงซื่อสัตย์กับตัวเอง รับฟัง โต้แย้งด้วยเหตุผลและยึดมั่นในสิ่งที่ดีงาม -                   เผชิญหน้ากับคำตำหนิ หากผู้ใดกลัวหรือมัวแต่หลีกหนี ย่อมไม่มีวันทำงานสำคัญใดๆ ได้ จงรับแต่สาระที่เขามอบให้ ปล่อยอารมณ์ให้ผ่านเลยไป คิดเพื่อแก้ไขและทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด -                   คนอื่นเท่านั้นที่มองเห็นหลังของเรา เมื่อมองไม่เห็นแผ่นหลังฉันใด ย่อมมองไม่เห็นความผิดของตนเองฉันนั้น จงฟังคำแนะนำจากผู้อื่นแล้วนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ -                   พูดให้น้อยลง คิดให้มากขึ้น จงหาข้อมูลให้มาก คิดก่อนพูด เพราะความนุ่มนวลและความสุขุมเป็นสัญลักษณ์ที่แท้จริงของความสำเร็จในชีวิต -                   ศรัทธาในตัวเอง ที่ใดมีศรัทธา ที่นั่นย่อมไม่มีความสิ้นหวัง จงมองเป้าหมายมากกว่ามองอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างทาง -                   เมื่อมองโลกในมุมใหม่ ความสุขก็เกิดขึ้นแล้วค่ะ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มหาตมะคานธี คือ วีรบุรุษผู้ต่อสู้เรียกร้องเสรีภาพจนอินเดียได้รับเอกราชจากอังกฤษ ท่านเปลี่ยนความโกรธแค้นของประชาชนเป็นการให้อภัย และแม้จะถูกคุกคามเอาชีวิต ก็ยังคงยืนยันที่จะต่อสู้อย่างสงบ หลายครั้งช่วงเวลาที่เลวร้ายผ่านพ้นไปได้เพราะการมองโลกในแง่ดี</p>
<p>บทความนี้ ขอเสนอแนวคิดในการมองโลกเพื่อสร้างความสุขในแบบของมหาตมะคานธี ดังนี้</p>
<p>-                   ทุกอย่างในโลกนี้มีสองด้าน</p>
<p>ทั้งสร้างความทุกข์และให้ความสุข จงเลือกมองเฉพาะด้านที่สวยงาม ใช้เวลากับมันเพื่อสร้างความอิ่มเอมใจ ส่วนอีกด้านจงมองผ่านและเก็บไว้เป็นบทเรียน</p>
<p>-                   ความคิดเป็นสิ่งวิเศษ</p>
<p>จงคิดแต่สิ่งที่ดีงาม เพราะผลตอบแทนที่ได้รับจะงดงามเช่นเดียวกัน</p>
<p>-                   เราไม่อาจสร้างความพอใจให้แก่ทุกคน</p>
<p>เพราะหากทำเช่นนั้น สุดท้ายจะไม่สามารถสร้างความพอใจให้ใครได้เลย จงซื่อสัตย์กับตัวเอง รับฟัง โต้แย้งด้วยเหตุผลและยึดมั่นในสิ่งที่ดีงาม</p>
<p>-                   เผชิญหน้ากับคำตำหนิ</p>
<p>หากผู้ใดกลัวหรือมัวแต่หลีกหนี ย่อมไม่มีวันทำงานสำคัญใดๆ ได้ จงรับแต่สาระที่เขามอบให้ ปล่อยอารมณ์ให้ผ่านเลยไป คิดเพื่อแก้ไขและทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด</p>
<p>-                   คนอื่นเท่านั้นที่มองเห็นหลังของเรา</p>
<p>เมื่อมองไม่เห็นแผ่นหลังฉันใด ย่อมมองไม่เห็นความผิดของตนเองฉันนั้น จงฟังคำแนะนำจากผู้อื่นแล้วนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์</p>
<p>-                   พูดให้น้อยลง คิดให้มากขึ้น</p>
<p>จงหาข้อมูลให้มาก คิดก่อนพูด เพราะความนุ่มนวลและความสุขุมเป็นสัญลักษณ์ที่แท้จริงของความสำเร็จในชีวิต</p>
<p>-                   ศรัทธาในตัวเอง</p>
<p>ที่ใดมีศรัทธา ที่นั่นย่อมไม่มีความสิ้นหวัง จงมองเป้าหมายมากกว่ามองอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างทาง</p>
<p>-                   เมื่อมองโลกในมุมใหม่ ความสุขก็เกิดขึ้นแล้วค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bond71.com/7-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สดชื่นกายใจ 24 ชั่วโมง</title>
		<link>http://bond71.com/%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%88-24-%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://bond71.com/%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%88-24-%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Feb 2012 09:39:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สดชื่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bond71.com/?p=18</guid>
		<description><![CDATA[ความสดชื่นทั้งใจและกายเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งวัน เพียงแค่รู้จักเทคนิคดีๆ ในการดูแลตัวเองให้สอดคล้องตามช่วงเวลาค่ะ เช้า เป็นเวลาเริ่มต้นวันใหม่ จึงควรเสริมสร้างพลังให้ร่างกาย เพื่อพร้อมรับการใช้ชีวิตตลอดทั้งวัน แนะนำให้ตื่นแต่เช้ามารับวิตามินดีจากแสงแดดอ่อนๆ เพื่อช่วยในการดูดซึมแคลเซียม จากนั้นออกกำลังกาย หรือเดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์เพิ่มออกซิเจนให้สมอง และอวัยวะอื่นๆ สาย เพื่อปลุกสมองให้ตื่นตัว เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานควรดื่มน้ำอาร์ซี นมถั่วเหลือง หรือน้ำแคนตาลูป ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินบี ช่วยบำรุงสมอง และระบบประสาท บ่าย มักเป็นช่วงที่งานยุ่ง และเกิดความเครียดวิตกง่าย ควรฟังเพลงช้าๆ หรือฮัมเพลงเบาๆ เพื่อลดภาวะตึงเครียดระหว่างการทำงาน ทั้งช่วยลดความดันโลหิต และควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ เย็น การใช้ร่างกายและสมองทั้งวันอาจทำให้ความเครียดยังคงอยู่ ควรสวดมนต์ และนั่งสมาธิก่อนนอนเพื่อช่วยให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย แถมลดความเครียด ส่งผลให้นอนหลับสบาย อารมณ์ดีหลังตื่นนอน เมื่อใช้ชีวิตอย่างสมดุล ไม่ว่าเวลาไหนก็สดชื่นแจ่มใสทั้งกายและใจจนใครๆ ต้องอิจฉาค่ะ.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ความสดชื่นทั้งใจและกายเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งวัน เพียงแค่รู้จักเทคนิคดีๆ ในการดูแลตัวเองให้สอดคล้องตามช่วงเวลาค่ะ</p>
<p>เช้า เป็นเวลาเริ่มต้นวันใหม่ จึงควรเสริมสร้างพลังให้ร่างกาย เพื่อพร้อมรับการใช้ชีวิตตลอดทั้งวัน แนะนำให้ตื่นแต่เช้ามารับวิตามินดีจากแสงแดดอ่อนๆ เพื่อช่วยในการดูดซึมแคลเซียม จากนั้นออกกำลังกาย หรือเดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์เพิ่มออกซิเจนให้สมอง และอวัยวะอื่นๆ</p>
<p>สาย เพื่อปลุกสมองให้ตื่นตัว เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานควรดื่มน้ำอาร์ซี นมถั่วเหลือง หรือน้ำแคนตาลูป ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินบี ช่วยบำรุงสมอง และระบบประสาท</p>
<p>บ่าย มักเป็นช่วงที่งานยุ่ง และเกิดความเครียดวิตกง่าย ควรฟังเพลงช้าๆ หรือฮัมเพลงเบาๆ เพื่อลดภาวะตึงเครียดระหว่างการทำงาน ทั้งช่วยลดความดันโลหิต และควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ</p>
<p>เย็น การใช้ร่างกายและสมองทั้งวันอาจทำให้ความเครียดยังคงอยู่ ควรสวดมนต์ และนั่งสมาธิก่อนนอนเพื่อช่วยให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย แถมลดความเครียด ส่งผลให้นอนหลับสบาย อารมณ์ดีหลังตื่นนอน เมื่อใช้ชีวิตอย่างสมดุล ไม่ว่าเวลาไหนก็สดชื่นแจ่มใสทั้งกายและใจจนใครๆ ต้องอิจฉาค่ะ.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bond71.com/%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%88-24-%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ถุงยางอนามัยป้องกันโรคตับได้</title>
		<link>http://bond71.com/%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://bond71.com/%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Feb 2012 09:39:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ถุงยางอนามัย]]></category>
		<category><![CDATA[โรคตับ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bond71.com/?p=16</guid>
		<description><![CDATA[หากจะจัดอันดับโรคที่ผู้คนต่างหวาดกลัวมากกันแล้วนั้น “โรคตับ” คงจะเป็นอีกโรคหนึ่งที่อยู่อันดับต้นๆ ซึ่งปัจจุบันมีความร้ายแรงมากขึ้นทุกวันๆ อีกทั้งยังมีไวรัสบางตัวที่สามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้นหากรู้จักการป้องกัน คงจะเป็นการดีที่สุด หลายท่านอาจสงสัยว่าถุงยางอนามัยจะป้องกันโรคตับได้อย่างไร และเมื่อกล่าวถึงถุงยางอนามัยเรามักนึกถึงโรคเอดส์ แต่ยังมีอีกหลายโรคที่สามารถติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์ และหากเราไม่ใช้อุปกรณ์อย่างถุงยางอนามัยในการป้องกันก็อาจทำให้ติดโรคได้ โรคสำคัญอันหนึ่งซึ่งอาจติดต่อจากคนสู่คนทางเพศสัมพันธ์ได้ก็คือ โรคตับ ซึ่งเริ่มต้นจากการติดไวรัสตับอักเสบทางเลือด ทำให้เป็นตับอักเสบ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธีก็จะทำให้เป็นตับแข็ง และเป็นมะเร็งตับในที่สุด ทั้งนี้มีไวรัสตับอักเสบที่ร้ายแรง 2 ชนิด คือ ไวรัสตับอักเสบ บี และไวรัสตับอักเสบ ซี โดยมีข้อมูลที่น่าตกใจคือ ไวรัสตับอักเสบ บี สามารถติดต่อทางเลือดได้ง่ายกว่าไวรัสเอดส์เป็น 100 เท่า เพราะปริมาณความหนาแน่นของเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ในเลือดมีจำนวนมากกว่าเชื้อไวรัสเอดส์ จากการสอบถามคุณวรา จันทร์มณี กรรมการผู้จัดการมูลนิธิโรคตับ ทำให้เราทราบว่า การติดต่อทางเลือดเป็นสาเหตุสำคัญหนึ่งของโรคตับ ซึ่งมีหลายช่องทาง กล่าวคือ ช่องทางที่ 1 การติดต่อจากแม่สู่ลูกทางบาดแผลขณะคลอด แต่ปัจจุบันการติดต่อทางนี้แทบจะไม่มี เนื่องจากเด็กแรกเกิดในโรงพยาบาลทุกคนจะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ ช่องทางที่ 2 การติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ไม่ใช้ถุงยางอนามัยป้องกัน ช่องทางที่ 3 การติดต่อจากการใช้อุปกรณ์ของมีคมสัก เจาะ ขลิบ ร่วมกัน หรือทำความสะอาดไม่ดีพอ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หากจะจัดอันดับโรคที่ผู้คนต่างหวาดกลัวมากกันแล้วนั้น “โรคตับ” คงจะเป็นอีกโรคหนึ่งที่อยู่อันดับต้นๆ ซึ่งปัจจุบันมีความร้ายแรงมากขึ้นทุกวันๆ อีกทั้งยังมีไวรัสบางตัวที่สามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้นหากรู้จักการป้องกัน คงจะเป็นการดีที่สุด</p>
<p>หลายท่านอาจสงสัยว่าถุงยางอนามัยจะป้องกันโรคตับได้อย่างไร และเมื่อกล่าวถึงถุงยางอนามัยเรามักนึกถึงโรคเอดส์ แต่ยังมีอีกหลายโรคที่สามารถติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์ และหากเราไม่ใช้อุปกรณ์อย่างถุงยางอนามัยในการป้องกันก็อาจทำให้ติดโรคได้ โรคสำคัญอันหนึ่งซึ่งอาจติดต่อจากคนสู่คนทางเพศสัมพันธ์ได้ก็คือ โรคตับ ซึ่งเริ่มต้นจากการติดไวรัสตับอักเสบทางเลือด ทำให้เป็นตับอักเสบ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธีก็จะทำให้เป็นตับแข็ง และเป็นมะเร็งตับในที่สุด ทั้งนี้มีไวรัสตับอักเสบที่ร้ายแรง 2 ชนิด คือ ไวรัสตับอักเสบ บี และไวรัสตับอักเสบ ซี โดยมีข้อมูลที่น่าตกใจคือ ไวรัสตับอักเสบ บี สามารถติดต่อทางเลือดได้ง่ายกว่าไวรัสเอดส์เป็น 100 เท่า เพราะปริมาณความหนาแน่นของเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ในเลือดมีจำนวนมากกว่าเชื้อไวรัสเอดส์</p>
<p>จากการสอบถามคุณวรา จันทร์มณี กรรมการผู้จัดการมูลนิธิโรคตับ ทำให้เราทราบว่า การติดต่อทางเลือดเป็นสาเหตุสำคัญหนึ่งของโรคตับ ซึ่งมีหลายช่องทาง กล่าวคือ<br />
ช่องทางที่ 1 การติดต่อจากแม่สู่ลูกทางบาดแผลขณะคลอด แต่ปัจจุบันการติดต่อทางนี้แทบจะไม่มี เนื่องจากเด็กแรกเกิดในโรงพยาบาลทุกคนจะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ</p>
<p>ช่องทางที่ 2 การติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ไม่ใช้ถุงยางอนามัยป้องกัน</p>
<p>ช่องทางที่ 3 การติดต่อจากการใช้อุปกรณ์ของมีคมสัก เจาะ ขลิบ ร่วมกัน หรือทำความสะอาดไม่ดีพอ กลุ่มที่มีความเสี่ยงในข้อนี้ได้แก่กลุ่มผู้ที่สักตามผิวหนัง กลุ่มที่ใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ร้านเสริมสวย ทำผมทำเล็บ หรือแม้กระทั่งเณรหรือพระที่ใช้มีดโกนผมร่วมกัน เป็นต้น<br />
คุณวรา กล่าวว่า ความเสี่ยงต่างๆ เราสามารถป้องกันได้ เพียงไม่ประมาท เพราะหากติดไวรัสตับอักเสบแล้ว จะทำให้มีความเดือดร้อนต่างๆตามมามากมาย โดยนอกจากการเจ็บป่วยทางร่างกายตั้งแต่เบาไปจนถึงหนักถึงขั้นเสียชีวิตแล้ว เรายังจะต้องเสียเงินเสียทอง เสียเวลาทั้งในด้านส่วนตัว การงาน และครอบครัวในการที่จะต้องไปรักษาตัว ซึ่งค่ารักษาก็มีตั้งแต่หลักพัน หลักหมื่น ไปจนถึงหลักล้านบาท เพราะฉะนั้นวิธีง่ายๆ ที่ดีที่สุด คือการป้องกันตัวให้พ้นจากความเสี่ยงข้างต้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bond71.com/%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความเครียดทำให้ตายได้</title>
		<link>http://bond71.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://bond71.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Feb 2012 09:38:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเครียด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bond71.com/?p=14</guid>
		<description><![CDATA[ระบบประสาทจากสมองคนนั้น มันเป็นของประหลาดที่ไปมีผลต่ออวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ โดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ เช่น อารมณ์โกรธมีผลต่อหัว กระเพาะ และเท้า อารมณ์เครียด กดดัน ซึมเศร้ามากๆ มันจะมีผลต่อประสาทส่วนกลาง และจากนั้นก็ส่งกระแสไฟฟ้าทางระบบประสาทไปยังกล้ามเนื้อหัวใจอย่างสม่ำเสมอ แรงบ้าง ค่อยบ้าง เหมือนเพลง ซิมโฟนี เบอร์ 5 ของ บีโธเฟ่น นั่นแหละ จากนั้นจะกระตุ้นให้เกิดกล้ามเนื้อของหัวใจบีบตัวสั่นอย่างรุนแรง และตายได้ทันทีในคนไข้เป็นจำนวนมาก ได้มีการศึกษากันมากที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด และบอสตัน ถึงผลของอารมณ์ต่อประสาทและหัวใจวาย คนอเมริกันนั้น เป็นโรคหัวใจวายตายมากกว่าบ้านเราปีหนึ่งๆ เขาตายจากโรคหัวใจกันเกือบครึ่งล้านคน 25% ของคนเป็นโรคหัวใจวายนั้น ไม่น่าจะตายจากโรคของหลอดเลือดโคโรนารี่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะว่าส่วนมากที่ตายเพิ่งเริ่มเป็นโรคหัวใจกัน ซึ่งโรคขนาดนั้นไม่น่าจะทำให้เกิดหัวใจวายจาก VENTRICULAR FIBRILLATION คือ หัวใจห้องล่างที่สูบฉีดโลหิตแดงสั่นจนตายได้ สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือว่า คนไข้ซึ่งเป็นโรคหัวใจหยุดเต้นครั้งแรกจากการล้มเหลวของกระแสไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งเป็นโรคหลอดเลือดโคโรนารี่อยู่นั้น กว่า 60% ตายโดยไม่มีอาการของกล้ามเนื้อหัวใจตายเลย ปกติแล้ว คนหัวใจวายมักจะมีกล้ามเนื้อหัวใจตายเป็นลักษณะที่เฉพาะตัวของโรคนี้ ในมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดพบว่าคนไข้ 117 คน มีเพียง 25 คน (เท่ากับ 21%) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ระบบประสาทจากสมองคนนั้น มันเป็นของประหลาดที่ไปมีผลต่ออวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ โดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ เช่น อารมณ์โกรธมีผลต่อหัว กระเพาะ และเท้า</p>
<p>อารมณ์เครียด กดดัน ซึมเศร้ามากๆ มันจะมีผลต่อประสาทส่วนกลาง และจากนั้นก็ส่งกระแสไฟฟ้าทางระบบประสาทไปยังกล้ามเนื้อหัวใจอย่างสม่ำเสมอ แรงบ้าง ค่อยบ้าง เหมือนเพลง ซิมโฟนี เบอร์ 5 ของ บีโธเฟ่น นั่นแหละ</p>
<p>จากนั้นจะกระตุ้นให้เกิดกล้ามเนื้อของหัวใจบีบตัวสั่นอย่างรุนแรง และตายได้ทันทีในคนไข้เป็นจำนวนมาก ได้มีการศึกษากันมากที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด และบอสตัน ถึงผลของอารมณ์ต่อประสาทและหัวใจวาย</p>
<p>คนอเมริกันนั้น เป็นโรคหัวใจวายตายมากกว่าบ้านเราปีหนึ่งๆ เขาตายจากโรคหัวใจกันเกือบครึ่งล้านคน 25% ของคนเป็นโรคหัวใจวายนั้น ไม่น่าจะตายจากโรคของหลอดเลือดโคโรนารี่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะว่าส่วนมากที่ตายเพิ่งเริ่มเป็นโรคหัวใจกัน ซึ่งโรคขนาดนั้นไม่น่าจะทำให้เกิดหัวใจวายจาก VENTRICULAR FIBRILLATION คือ หัวใจห้องล่างที่สูบฉีดโลหิตแดงสั่นจนตายได้</p>
<p>สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือว่า คนไข้ซึ่งเป็นโรคหัวใจหยุดเต้นครั้งแรกจากการล้มเหลวของกระแสไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งเป็นโรคหลอดเลือดโคโรนารี่อยู่นั้น กว่า 60% ตายโดยไม่มีอาการของกล้ามเนื้อหัวใจตายเลย ปกติแล้ว คนหัวใจวายมักจะมีกล้ามเนื้อหัวใจตายเป็นลักษณะที่เฉพาะตัวของโรคนี้</p>
<p>ในมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดพบว่าคนไข้ 117 คน มีเพียง 25 คน (เท่ากับ 21%) ที่มีอาการของโรคหัวใจกำเริบอย่างรุนแรงให้เห็นชัดก่อนจะตายภายใน 24 ชั่วโมงว่า มีอาการของหัวใจเต้นผิดปกติอย่างรุนแรงจนคนไข้บอกได้ว่ามีอาการผิดปกติ อาการเหล่านี้ได้แก่อาการเจ็บหน้าอก และอาการใจเต้น ใจสั่น และหัวใจหยุดเต้นเป็นพักๆ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bond71.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>12 นักษัตร ความเชื่อแห่งพวกพ้อง</title>
		<link>http://bond71.com/12-%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://bond71.com/12-%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Feb 2012 09:38:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ดูดวง]]></category>
		<category><![CDATA[12 นักษัตร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bond71.com/?p=12</guid>
		<description><![CDATA[“นักษัตร” อ่านออกเสียงว่า “นัก-สัด” เป็นปีตามปฏิทินสุริยคติไทย นับรอบละ 12 ปี อันเป็นคติการนับปีที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในภูมิภาคเอเชีย ทั้งชาวไทย เวียดนาม เขมร มอญ จาม ทิเบต ญี่ปุ่น จีน และมีอยู่ในจารึกภาษาโบราณของตุรกีสันนิษฐานว่าบางทีมีกำเนิดมาจากตุรกีซึ่งเป็นตาดสาขาหนึ่ง จีนคงได้มาจากตาด และส่วนหนึ่งที่ญี่ปุ่นได้ไปจากจีนรวมทั้งเกาหลีด้วย แต่เปลี่ยนคำที่เรียกใช้ให้เป็นภาษาของตนเองคะ ทั้งนี้มีการสันนิฐานด้วยว่าเป็นการแสดงถึงความเป็นพวกพ้องของคนในภูมิภาคนี้ด้วย โดยกำหนดสัตว์เป็นตัวแทนในแต่ละปี 12 ชนิด เริ่มจากปี ชวด-หนู, ฉลู-วัว, ขาล-เสือ, เถาะ-กระต่าย, มะโรง-งูใหญ่, มะเส็ง-งูเล็ก, มะเมีย-ม้า, มะแม-แพะ, วอก-ลิง, ระกา-ไก่, จอ-สุนัข และกุน-หมู ถ้าเราสังเกตดีๆ จะพบว่าผู้ใหญ่บางท่านยังยึดเอาปีนักษัตรนี้เป็นหลักในการนับปี บอกอายุ ส่วนคนรุ่นใหม่จะใช้ปี พ.ศ. ถ้าแบบสากลก็จะใช้ ค.ศ. เจ้าคะ ประวัติการนำสัตว์มาใช้เป็นชื่อปีนั้น มีการอ้างอิงตามความเชื่อ และการนับถือของแต่ละชนชาติ ในตำนานการตั้งจุลศักราชได้กล่าวไว้ว่า มีการเริ่มต้นใช้จุลศักราชที่ 1 เมื่อรุ่งเช้าวันอาทิตย์ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ปีกุลเอกศก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>“นักษัตร” อ่านออกเสียงว่า “นัก-สัด” เป็นปีตามปฏิทินสุริยคติไทย นับรอบละ 12 ปี อันเป็นคติการนับปีที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในภูมิภาคเอเชีย ทั้งชาวไทย เวียดนาม เขมร มอญ จาม ทิเบต ญี่ปุ่น จีน และมีอยู่ในจารึกภาษาโบราณของตุรกีสันนิษฐานว่าบางทีมีกำเนิดมาจากตุรกีซึ่งเป็นตาดสาขาหนึ่ง จีนคงได้มาจากตาด และส่วนหนึ่งที่ญี่ปุ่นได้ไปจากจีนรวมทั้งเกาหลีด้วย แต่เปลี่ยนคำที่เรียกใช้ให้เป็นภาษาของตนเองคะ ทั้งนี้มีการสันนิฐานด้วยว่าเป็นการแสดงถึงความเป็นพวกพ้องของคนในภูมิภาคนี้ด้วย<br />
โดยกำหนดสัตว์เป็นตัวแทนในแต่ละปี 12 ชนิด เริ่มจากปี ชวด-หนู, ฉลู-วัว, ขาล-เสือ, เถาะ-กระต่าย, มะโรง-งูใหญ่, มะเส็ง-งูเล็ก, มะเมีย-ม้า, มะแม-แพะ, วอก-ลิง, ระกา-ไก่, จอ-สุนัข และกุน-หมู ถ้าเราสังเกตดีๆ จะพบว่าผู้ใหญ่บางท่านยังยึดเอาปีนักษัตรนี้เป็นหลักในการนับปี บอกอายุ ส่วนคนรุ่นใหม่จะใช้ปี พ.ศ. ถ้าแบบสากลก็จะใช้ ค.ศ. เจ้าคะ<br />
ประวัติการนำสัตว์มาใช้เป็นชื่อปีนั้น มีการอ้างอิงตามความเชื่อ และการนับถือของแต่ละชนชาติ ในตำนานการตั้งจุลศักราชได้กล่าวไว้ว่า มีการเริ่มต้นใช้จุลศักราชที่ 1 เมื่อรุ่งเช้าวันอาทิตย์ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ปีกุลเอกศก ซึ่งตรงกับพุทธศักราช 1182 แสดงว่าปีนักษัตรมีมาก่อนจุลศักราช แต่หามีหลักฐานบันทึกไว้ชัดเจนแต่อย่างใด</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bond71.com/12-%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เลี้ยงลูกอย่างไรให้รูปร่างดี</title>
		<link>http://bond71.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://bond71.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Feb 2012 09:37:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[รูปร่าง]]></category>
		<category><![CDATA[หุ่นดี]]></category>
		<category><![CDATA[เลี้ยงลูก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bond71.com/?p=10</guid>
		<description><![CDATA[การตัดสินว่าเด็กมีรูปร่างดีหรือไม่สามารถบอกได้ง่ายโดยการใช้กราฟแสดงน้ำหนักและส่วนสูงของเด็กปกติ และควรติดตามเป็นระยะๆ เพื่อดูว่ามีการเติบโตเป็นปกติหรือไม่ ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อรูปร่างและการเจริญเติบโตของเด็กคือ กรรมพันธุ์ อาหาร และการออกกำลังกาย กรรมพันธุ์เป็นสิ่งที่ยากที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ดังนั้น สิ่งแวดล้อมคือ อาหารและการออกกำลังกายของเด็กจึงเป็นปัจจัยที่ผู้ปกครองและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลเด็กควรให้ความสนใจ เพื่อส่งเสริมให้เด็กสามารถเติบโตเต็มที่ตามศักยภาพทางกรรมพันธุ์ อาหารที่เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตที่ดี คืออาหารที่ให้พลังงานและสารอาหารครบถ้วนทุกหมู่ มีความหลากหลายและพอเพียงสำหรับเด็กตามวัย ในวัยทารก เด็กควรได้รับนมแม่ซึ่งเป็นอาหารตามธรรมชาติที่มีคุณค่าดีเยี่ยมตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 1-2 ปี หรืออย่างน้อยให้ในช่วงที่แม่ลาพักงานหลังคลอด ต่อมาเมื่ออายุ 4-6 เดือน เด็กควรเริ่มได้รับอาหารเสริมเมื่ออายุ 1 ปีขึ้นไป เด็กควรได้รับอาหารมื้อหลัก 3 มื้อ ทั้งอาหารเสริมและอาหารมื้อหลักสามารถเตรียมเองได้ในบ้าน โดยมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนทุกหมู่คือ ข้าวหรือธัญพืช เนื้อสัตว์ ไข่ และถั่ว ผัก ผลไม้ และไขมัน รวมทั้งนมวันละ 2-3 แก้ว นมเป็นแหล่งอาหารที่ดีของแคลเซียม โปรตีน พลังงาน รวมทั้งวิตามินและแร่ธาตุอีกหลายชนิด ควรสนับสนุนให้เด็กรับประทานผักเป็นประจำทุกมื้อเพราะผักอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ ใยอาหารและสารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายชนิด อาหารที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ควรหลีกเลี่ยงคือ อาหารรสจัด และอาหารที่มีไขมันมาก เด็กๆ ควรออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นประจำทุกวันหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การตัดสินว่าเด็กมีรูปร่างดีหรือไม่สามารถบอกได้ง่ายโดยการใช้กราฟแสดงน้ำหนักและส่วนสูงของเด็กปกติ และควรติดตามเป็นระยะๆ เพื่อดูว่ามีการเติบโตเป็นปกติหรือไม่</p>
<p>ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อรูปร่างและการเจริญเติบโตของเด็กคือ กรรมพันธุ์ อาหาร และการออกกำลังกาย กรรมพันธุ์เป็นสิ่งที่ยากที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ดังนั้น สิ่งแวดล้อมคือ อาหารและการออกกำลังกายของเด็กจึงเป็นปัจจัยที่ผู้ปกครองและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลเด็กควรให้ความสนใจ เพื่อส่งเสริมให้เด็กสามารถเติบโตเต็มที่ตามศักยภาพทางกรรมพันธุ์</p>
<p>อาหารที่เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตที่ดี คืออาหารที่ให้พลังงานและสารอาหารครบถ้วนทุกหมู่ มีความหลากหลายและพอเพียงสำหรับเด็กตามวัย ในวัยทารก เด็กควรได้รับนมแม่ซึ่งเป็นอาหารตามธรรมชาติที่มีคุณค่าดีเยี่ยมตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 1-2 ปี หรืออย่างน้อยให้ในช่วงที่แม่ลาพักงานหลังคลอด ต่อมาเมื่ออายุ 4-6 เดือน เด็กควรเริ่มได้รับอาหารเสริมเมื่ออายุ 1 ปีขึ้นไป เด็กควรได้รับอาหารมื้อหลัก 3 มื้อ ทั้งอาหารเสริมและอาหารมื้อหลักสามารถเตรียมเองได้ในบ้าน โดยมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนทุกหมู่คือ ข้าวหรือธัญพืช เนื้อสัตว์ ไข่ และถั่ว ผัก ผลไม้ และไขมัน รวมทั้งนมวันละ 2-3 แก้ว นมเป็นแหล่งอาหารที่ดีของแคลเซียม โปรตีน พลังงาน รวมทั้งวิตามินและแร่ธาตุอีกหลายชนิด ควรสนับสนุนให้เด็กรับประทานผักเป็นประจำทุกมื้อเพราะผักอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ ใยอาหารและสารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายชนิด อาหารที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ควรหลีกเลี่ยงคือ อาหารรสจัด และอาหารที่มีไขมันมาก</p>
<p>เด็กๆ ควรออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นประจำทุกวันหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง นานอย่างน้อยประมาณครั้งละ 30 นาที เพื่อให้สุขภาพกล้ามเนื้อแข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือกระดูกจะเติบโตได้เป็นอย่างดี ถ้ามีการออกกำลังกายประเภทที่มีการรับน้ำหนักตัว เช่น การวิ่ง กระโดด การได้รับแสงแดดพอเพียงยังมีความสำคัญในการสร้างวิตามินซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างกระดูกที่ผิวหนังอีกด้วย</p>
<p>ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องยากเกินไปที่จะช่วยให้บุตรหลานที่รักของท่านมีรูปร่างดี สุขภาพแข็งแรง และสุขภาพจิตดี เพียงแต่ลดพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม ลดเวลาที่ใช้ดูโทรทัศน์หรือนั่งเล่นเกมคอมพิวเตอร์ สนับสนุนให้รับประทานอาหารครบทุกหมู่ และออกกำลังกายเป็นประจำโดยท่านปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดี พร้อมทั้งให้ความรัก ความอบอุ่นและความมีเหตุผลแก่เด็กๆ อย่างสม่ำเสมอ เด็กก็จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและเป็นทรัพยากรที่มีค่าของชาติในอนาคต</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bond71.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ควันธูปอันตรายก่อมะเร็ง</title>
		<link>http://bond71.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://bond71.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Feb 2012 17:27:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ควันธูป]]></category>
		<category><![CDATA[มะเร็ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bond71.com/?p=6</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อพูดถึงธูป ใครๆอาจจะถึงความศรัทธา การกราบไหว้ และการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย แต่คงจะไม่มีใครรู้รับรู้ถึงพิษภัยที่ตามมาของควันธูป ว่า ควันธูปนั้นเป็นแหล่งก่อมะเร็งชั้นดีอีกแหล่งหนึ่งที่ร้ายแรงไม่แพ้ควันบุหรี่เลยทีเดียว โดยที่มีผลงานวิจัยออกมาว่าการที่เราจุดธูป 1 ดอก ก็ไม่ต่างจากการสูบบุหรี่ 1 มวน และธูป 3 ดอกก็จะให้สารก่อมะเร็งเทียบเท่ากับการจอดรถบนสี่แยกไฟแดงที่มีการจราจรคับคั่ง จากการวิจัยของน.พ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าไอซียู โรงพยาบาลวิชัยยุทธ พบว่า ผู้หญิงที่เป็นมะเร็ง 50% ไม่ได้สูบบุหรี่และไม่มีประวัติเกี่ยวข้องหรือใกล้ชิดกับผู้ที่สูบบุหรี่ จึงคิดว่าน่าจะเป็นจากสาเหตุอื่นอย่างเช่น ควันธูปที่เป็นอีกหนึ่งสารก่อมะเร็ง แต่ไม่รู้ว่าได้รับสารนี้ไปมาก น้อยเพียงใด ในการวิจัยครั้งนี้ทีมงานวิจัยได้ไปสำรวจวัด 3 แห่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ โดยได้ทำการสำรวจคนที่ปฏิบัติงานในวัด 40 คน เปรียบเทียบกับคนงานในหน่วยงานที่ไม่มีการจุดธูป โดยใช้ผลจากการตรวจเลือดและปัสสาวะ พบว่าสารก่อมะเร็งในธูปมี 3 ชนิดคือ เบนซีน บิวทาไดอีน และเบนโซเอไพรีน โดยสารพิษทั้ง 3 ชนิด ที่เกิดจากการเผาไหม้ของกาวและน้ำหอมที่เป็นส่วนผสมในธูป และปริมาณสารก่อมะเร็งในธูปที่วัดได้ ยังสูงกว่ามาตรฐาน และผลงานวิจัยชิ้นนี้เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ควันจากการจุดธูปมีอันตรายชนิดคาดไม่ถึงเลยทีเดียว แม้ปัจจุบันจะมีธูปไร้ควัน ธูปอโรมา แต่ธูปเหล่านั้นก็ใช่ว่าจะปลอดภัย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึงธูป ใครๆอาจจะถึงความศรัทธา การกราบไหว้ และการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย แต่คงจะไม่มีใครรู้รับรู้ถึงพิษภัยที่ตามมาของควันธูป ว่า ควันธูปนั้นเป็นแหล่งก่อมะเร็งชั้นดีอีกแหล่งหนึ่งที่ร้ายแรงไม่แพ้ควันบุหรี่เลยทีเดียว โดยที่มีผลงานวิจัยออกมาว่าการที่เราจุดธูป 1 ดอก ก็ไม่ต่างจากการสูบบุหรี่ 1 มวน และธูป 3 ดอกก็จะให้สารก่อมะเร็งเทียบเท่ากับการจอดรถบนสี่แยกไฟแดงที่มีการจราจรคับคั่ง จากการวิจัยของน.พ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าไอซียู โรงพยาบาลวิชัยยุทธ พบว่า ผู้หญิงที่เป็นมะเร็ง 50% ไม่ได้สูบบุหรี่และไม่มีประวัติเกี่ยวข้องหรือใกล้ชิดกับผู้ที่สูบบุหรี่ จึงคิดว่าน่าจะเป็นจากสาเหตุอื่นอย่างเช่น ควันธูปที่เป็นอีกหนึ่งสารก่อมะเร็ง แต่ไม่รู้ว่าได้รับสารนี้ไปมาก น้อยเพียงใด ในการวิจัยครั้งนี้ทีมงานวิจัยได้ไปสำรวจวัด 3 แห่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ โดยได้ทำการสำรวจคนที่ปฏิบัติงานในวัด 40 คน เปรียบเทียบกับคนงานในหน่วยงานที่ไม่มีการจุดธูป โดยใช้ผลจากการตรวจเลือดและปัสสาวะ พบว่าสารก่อมะเร็งในธูปมี 3 ชนิดคือ เบนซีน บิวทาไดอีน และเบนโซเอไพรีน โดยสารพิษทั้ง 3 ชนิด ที่เกิดจากการเผาไหม้ของกาวและน้ำหอมที่เป็นส่วนผสมในธูป และปริมาณสารก่อมะเร็งในธูปที่วัดได้ ยังสูงกว่ามาตรฐาน และผลงานวิจัยชิ้นนี้เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ควันจากการจุดธูปมีอันตรายชนิดคาดไม่ถึงเลยทีเดียว<br />
แม้ปัจจุบันจะมีธูปไร้ควัน ธูปอโรมา แต่ธูปเหล่านั้นก็ใช่ว่าจะปลอดภัย มีงานวิจัยออกมาว่าธูปเหล่านี้มีสารเบนซินมากกว่าธูปธรรมดาด้วยซ้ำ ดังนั้นวิธีการแก้ไขและต้านการก่อมะเร็งคงจะมีวิธีเดียวคือการดับธูปก่อนปักลงกระถาง เพื่อที่ให้มีสุขภาพดี ลดโอกาสเสี่ยงการเป็นโรคร้าย และวิถีชีวิตแห่งชาวพุทธ ความเชื่อ การบูชา และความศรัทธาก็ยังคงอยู่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bond71.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

